ไม่เที่ยวไม่รู้ Chugoku Style EP.1

  • Share
  • share facebook
  • share google plus
view 5,651

ไม่เที่ยวไม่รู้ Chugoku Style (1)


สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกแล้ว ทริปนี้ผมออกตัวก่อนเลยว่า นั่งรถไฟกันยาวๆ เพราะแต่ละสถานที่นั้นผมจะใช้การเดินทางโดยรถไฟ JR เป็นหลัก ไม่พูดเยอะละ อยากเที่ยวแล้ว ไปเที่ยวนะครับ


แต่เดี๋ยวเนื่องจากผมบินมาตอนกลางคืน มาถึงสนามบินคันไซก็เช้าพอดี ตั่วรถไฟก็พร้อมอยู่แล้ว แต่จะให้โดดขึ้นรถไปเที่ยวเลย ก็กลัวจะไม่สนุกทั้งวัน ผมเลยไปสอบถามที่ Information Tourist Center เกี่ยวกับที่อาบน้ำ ซึ่งในสนามบินคันไซนี้ มีหลายที่มากเลยนะครับ มีทั้งในส่วนการให้บริการของสนามบินเลย และทั้งโรงแรมที่ติดกับสนามบินซึ่งสามารถเดินไปได้เช่นกัน วันนี้ผมจึงเลือก โรงแรม Nikko Kansai Airport ที่ใช้เป็นที่อาบน้ำก่อนที่เราจะออกไปเที่ยวกันนะครับ



โรงแรมนี้ก็สามารถเดินไปได้เพราะอยู่ติดทางด้านหน้าของสนามบินเลยครับ




ค่าบริการที่นี่ราคาก็น่าคบหามากๆ เพียงแค่ 1000 เยนเท่านั้น มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ครบ รวมถึงผ้าเช็ดตัว ที่นี้อาบน้ำสบายตัวแล้วเที่ยวได้สุดๆทั้งวันไปเลยครับ เราเริ่มเดินทางจาก Shin Osaka มุ่งหน้าสู่เมือง Okayama



ที่แรกที่ผมพามาเที่ยวในวันนี้ มันคือสถานที่สำหรับคนชอบน้ำข้าว โรงผลิตสาเก Miyashita โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ แต่ได้อยู่ ที่นี่เป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หลายหลายชนิดมากๆ และเป็นแหล่งส่งออกของเมืองเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น สาเก โชจู เหล้าบ๊วย วิสกี้ และเบียร์ที่มีมากถึง 18 ชนิด ซึ่งเขาจะการนำเสนอขั้นการผลิตเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ให้เราได้ดูกันแบบใกล้ชิด  




และขั้นตอนการหมักแต่ละชนิดจะใช้ข้าวโอมาจิมาเป็นส่วนผสมหลักตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจนทำให้คราฟเบียร์ของที่นี่เป็นที่ขึ้นชื่อ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และไม่เพียงรสชาติที่เป็นที่นิยมแล้ว ที่นี่ยังมีการหมักเบียร์ตามเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น เทศกาลวาเลนไทน์ ที่จะใช้ดาร์กช๊อกโกแลตเป็นส่วนผสมอีกด้วย



และแล้วก็มาช่วงที่น่าสนใจอีกอย่างคือเราสามารถชิมเบียร์ ที่เป็น Most Popular ของที่นี่ได้ด้วย และสาเกที่เป็นต้นตำรับของที่นี่ได้อีกเช่นกัน




และแน่นอนได้ดูขั้นตอนการผลิต กันไปแล้ว ชิมแล้ว รู้แล้วว่าชนิดไหนอร่อยและถูกปาก ที่นี่ก็มีเป็น Shop เล็กๆ ไว้ให้ช๊อปก่อนกลับอีกด้วย มีหลายประเภทมากๆ เลยครับ




การเดินทาง

เริ่มต้นที่ สถานี Okayama นั่ง JR Ako Line เพียง 1 สถานีเท่านั้น ลงสถานี Nishigawara สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.msb.co.jp/aboutus/


ใกล้กับสถานี Okayama ยังมีแหล่ง shopping ใหญ่ๆ อีกมากมาย มีทั้ง Don Quijote Okayama



และห้าง Aeon Mall Okayama และผมได้มีโอกาศไปเดินเล่นที่ห้าง Aeon และทุกคนก็คงเคยเดินห้างนี้กันมาแล้ว เพราะมีอยู่ทุกเมือง แต่ถึงแม้ตรงจุดนี้จะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองมากนักแต่ก็มีแบรนด์ให้เลือกมากมาย





และที่ที่เราจะไปต่อนั้นคือ ศาลเจ้าคิบิทซึ Kibitsu ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีตำนานเกี่ยวกับโมโมทาโร่ มีอาคารหลักที่สวยงาม ซึ่งได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1425




และที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของสาลเจ้านี้ เมื่อมาถึงจะมีพระทำพิธีสวดให้และทำตามขั้นตอนที่พระบอก แต่ขั้นตอนนี้จะไม่สามารถถ่ายรูปได้นะครับ ส่วนคนที่เข้าไปกราบไหว้ก็เตรียมอธิษฐานขอพรให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองปราราถนาสมหวังสำเร็จดังตั้งใจ



ก่อนจะรู้ว่าสิ่งที่เราขอสำเร็จหรือไม่ เราจะต้องเดินมายังส่วนที่จัดหุงหาอาหาร ที่เชื่อว่าฝังหัวยักษ์อยู่เบื้องล่าง



และที่ต้องสะดุดตาอีกจุดหนึ่งก็คือระเบียงโบสถ์ที่ทอดตัวเรียงสวยงาม ยาวถึง 360 เมตร และยังได้ลงทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติอีกด้วย เดินถ่ายรูปมาเรื่อย ก็จะมาพบกับอาคารที่ว่าใช้จัดหุงอาหารเพื่อไปรับฟังคำทำนายที่เราอธิษฐานขอไว้



ตรงจุดนี้ก็จะมีพิธีกรรมอีกเช่นเดียวกัน แต่ที่น่าแปลกใจ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าระหว่างที่ทำพิธีกรรมนั้น ถ้าใครได้ยินเสียงเหมือนยักษ์กำลังโหยหวน นั้นแสดงว่าจะเราจะได้รับพรตามที่เราอธิษฐานไว้




มันเป็นอะไรที่น่าชวนขนลุกมากๆ เลยนะครับ เพราะระหว่างพิธีกรรม เสียงนั้นมันดังขึ้นก้องมาในหูผมเลย แต่เมื่อเสียงสวดของพระสิ้นลง เสียงก็เงียบตามไป บรึ้ยๆ กลางวันแท้ๆ


การเดินทาง

เริ่มจากสถานี Okayama โดยสาย JR Kibi Line ไปลงที่สถานี JR Bizen Ichinomiya ใช้เวลาเพียง 10 นาที

รถบัสประจำทาง Chutetsu Bus ไปศาลเจ้า เพียง 15 นาทีเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.kibitujinja.com/ (ญี่ปุ่น)


ไปเที่ยวกันต่อเลยนะครับ เปลี่ยนอารมณ์มั่งดีกว่าไปดูอะไรที่ผ่อนคลายๆ หน่อย  ที่นี่คือ Okayama Castel หรือที่เรียกกันว่า ปราสาทอีกาดำ (Crow Castle)



ปราสาทนี้มีสีดำทะมึน ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2140 ต่อมาเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทได้ถูกทำลายลง จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2503 จนดูสวยงามอย่างที่ได้เห็นกันในปัจจุบัน ถือเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งเมื่อมาถึงเมืองโอกายา



ภายในปราสาทตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปมีการจัดแสดงนิทรรศกาล ให้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาทนี้ และยังมีจุดสำหรับถ่ายรูปกับ Daimyo-kago (เกี้ยวโบราณของญี่ปุ่นที่ขุนนางสมัยก่อนเคยใช้)





และเมือเดินชม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของปราสาทกันจนเข้าใจแล้ว ทางด้านหลังของปราสาทยังมีสวนให้เราได้ผ่อนคลาย ถ่ายรูป สูดโอโซนเข้าปอดได้เต็มที่เลย



สวนโคราคุเอน (Korakuen) เป็นสวนขนาดใหญ่ติด 1 ใน 3 ของสวนที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสถานที่เที่ยวหลักของจังหวัดโอคายาม่าอีกด้วย อย่างที่ผมบอกไปข้างบนว่า เที่ยวปราสาทแล้วก็สามารถเดินมาชมสวนสวยๆได้อีก และซึ่งภายในสวนจะสามารถเห็นวิวปราสาทได้ด้วย

ถูกสร้างโดยคำสั่งของโชกุนเมื่อปีค.ศ. 1687 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจประจำตระกูลและเป็นที่รับรองแขกคนสำคัญ แต่เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในปี 1884 หลังจากสิ้นสุดยุคศักดินา

ภายในสวนประกอบไปด้วยส่วนประกอบแบบทั่วๆ ไปของของสวนสไตล์ญี่ปุ่นเช่น สระน้ำขนาดใหญ่, ธารน้ำไหล, ทางเดินและเนินเขาสำหรับเป็นจุดชมสวน แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่พิเศษกว่าที่อื่นๆ เช่นพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆ ต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล ต้นชา นาข้าว รวมไปถึงสนามยิงธนู

และในสวนนี้งยังมีการโชว์นกกระเรียนให้ดูด้วยนะครับ

เฮ้อ…..สบายปอดแล้ว ไปช๊อปต่อดีกว่า

** เดี๋ยวเรามาตามกันในตอนที่ 2 ต่อจร้า **

TAG Chugoku,Japan‬‬
ความคิดเห็น